ช็อก!วงการลูกหนังโลก FIFPRO แถลง 2 นักเตะชาวยูเครน เสียชีวิตจากการโดนกองทัพรัสเซียโจมตี ในสงครามยูเครน-รัสเซีย

ความขัดแย้งระหว่างประเทศยูเครน และ ประเทศรัสเซีย ที่เริ่มปะทุขึ้นมาร่วมอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ นำมาซึ่งความสูญเสียในประเทศยูเครนมากมายหลายด้าน ทั้งชีวิตทหารและพลเรือนชาวยูเครน ด้านเศรษฐกิจทรัพย์สิน ด้านชีวิตความเป็นอยู่ อาคารบ้านเรือนต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ในวงการกีฬา ที่ล่าสุดได้สูญเสีย 2 นักเตะชาวยูเครนไปในสงครามนี้ โดยทางสหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ หรือ FIFPRO ได้ออกมาแถลงการณ์ถึงการสูญเสียที่น่าสลดใจถึง นักฟุตบอลชาวยูเครน 2 รายนี้ เมื่อวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2565

โดยทาง FIFPRO ได้ออกมาแถลงการณ์ข่าวอันเป็นที่น่าสะเทือนใจ เนื่องจากการที่กองทัพรัสเซียได้เข้าบุกถล่มยังกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ส่งผลให้นักฟุตบอลชาวยูเครนเสียชีวิตทันที 2 ราย ได้แก่ วิตาลี ซาปีโล่ นักเตะรุ่นเยาวชน อายุ 21 ปี จากสโมสรคาร์พาตี้ ลวิฟ สโมสรฟุตบอลอาชีพของยูเครนในระดับดิวิชัน 2 และ ดิมิโตร มาร์ติเนนโก้ นักฟุตบอลอายุ 25 ปี จากสโมสร เอฟซี กอสโตเมล สโมสรระดับลีกภูมิภาค ซึ่งทาง FIFPRO ได้แถลงการณ์ผ่านทางทวิตเตอร์ เป็นการไว้อาลัยต่อการสูญเสียดังกล่าวนี้ว่า

“เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว เพื่อน และ เพื่อนร่วมทีมของนักฟุตบอลชาวยูเครน วิตาลี ซาปีโล่ (21) และ ดิมิโตร มาร์ติเนนโก้ (25) นักฟุตบอล 2 รายแรก ที่ได้รับรายงานการเสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ ขอให้ทั้ง 2 ท่านจงสู่สุคติ”

ซึ่งจากการรายงานพบว่า วิตาลี ซาปีโล่ เขาได้สมัครเข้าเป็นทหารร่วมรบกับกองทัพยูเครน โดยประจำการยังตำแหน่งหน่วยควบคุมรถถัง และเสียชีวิตลงในสมรภูมิใกล้กับกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน ขณะเกิดการบุกปะทะจากฝ่ายกองทัพรัสเซีย ซึ่งในภายหลังทางสโมสรคาร์พาตี้ ลวิฟ ได้ออกมายืนยันการเสียชีวิตของนักเตะหนุ่ม และได้ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า

“ เขา คือ ‘วีรบุรุษของชาติ’ ตลอดกาล พวกเราจะเก็บรักษาความทรงจำอันดีงามของเขาเอาไว้ ตราบชั่วนิรันดร์ ”

ส่วนทางด้านของ ดิมิโตร มาร์ติเนนโก้ ได้รับการรายงานว่า เขาเสียชีวิตเนื่องจากการบุกถล่มทางด้านอากาศ โดยการทิ้งระเบิดหลายลูกอย่างหนักจากกองทัพรัสเซีย ส่งผลให้ระเบิดได้ตกลงมายังที่พักของเขาในกรุงเคียฟ ซึ่ง มาร์ติเนนโก้ ได้เสียชีวิตเคียงข้างมารดาของเขา และน้องสาวของเขารอดชีวิตแต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย

ซึ่งจากการสูญเสียบุคลากรทางด้านการกีฬาไปในสงครามระหว่างยูเครน และ รัสเซีย ในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความสะเทือนใจไปทั่วทั้งวงการกีฬาทุกสาขา ได้เกิดการเรียกรองขอสันติภาพคืนให้กับประเทศยูเครนอย่างหนัก อย่างเช่นในเกมโคปปา อิตาเลีย ของลีกอิตาลี รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง สโมสรเอซี มิลาน และ สโมสรอินเตอร์ มิลาน เกมดาร์บี้แมตช์ของทีมร่วมเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี จะเริ่มทำการแข่งขันได้ปรากฏคลิปวิดีโอของ อังเดร เชฟเชนโก อดีตกองหน้าดาวยิงทีมชาติยูเครน วัย 45 ปี ผู้ที่เคยลงสนามเป็นนักเตะให้กับสโมสร ดินาโม เคียฟ , สโมสรเอซี มิลาน และ สโมสรเชลซี บนจอขนาดใหญ่ในสนาม ซาน ซิโร ของสโมสรอินเตอร์ มิลานทีมเหย้าในการแข่งขันในครั้งนี้ โดยอดีตนักเตะคนดังในตำนานของ เอซี มิลาน ได้ฝากข้อความถึงแฟนๆในวงการฟุตบอลทั้งในสนาม และ ทั่วโลกว่า

“ ถึงเพื่อนๆชาวอิตาลีที่รักยิ่ง ผมขอให้พวกคุณทุกท่านในสนาม ซาน ซิโร แห่งนี้ โปรดร่วมกันสนับสนุนสันติภาพให้เกิดยังประเทศยูเครน พวกเราชาวยูเครนต้องการสันติภาพ เพราะสันติภาพนั้นไร้ซึ่งพรมแดน และการรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น จะทำให้พวกเรามีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งที่จะแบ่งแยกเราออกจากกัน พวกเรามาร่วมกันหยุดสงครามนี้ไปด้วยกันเถอะ ผมขอมอบความปรารถนาดีให้แก่พวกคุณทุกๆคน ”

ซึ่ง อังเดร เชฟเชนโก เขาคือ สุดยอดนักเตะชาวยูเครนในตำนาน และมีชื่อเสียงระดับโลก เป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี เมื่อปี 2004 ได้รับการขนานนามจากชาวยูเครนว่าเป็น สุดยอดกองหน้า และ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ของทีมชาติยูเครน จนได้รับรางวัลวีรบุรุษของยูเครน จาก แลออนิด กุชมา อดีตประธานาธิบดียูเครนในปีเดียวกัน ผลงานอันโดดเด่นที่เขาเคยทำไว้ให้กับทีมชาติยูเครน ก็คือ รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติในศึกฟุตบอลโลก ในปี 2006 และ ในศึกยูโร ในปี 2012 รอบสุดท้าย ซึ่งในครั้งนั้นประเทศยูเครน เป็นเจ้าภาพร่วมกับ ประเทศโปแลนด์ โดยเขาได้ลงทำการแข่งขันไปทั้งหมด 111 รายการ และสามารถทำประตูได้มากถึง 48 ประตูด้วยกัน

ซึ่งนอกจากการเรียกร้องสันติภาพของอดีตนักเตะคนดังแล้ว จากสงครามของ 2 ประเทศนี้ ยังมีประชาชนทั่วไป รวมถึงนักกีฬายูเครนจากหลากหลายสาขา มาขอสมัครเป็นทหารร่วมรบกับกองทัพยูเครนอีกมากมาย อาทิเช่น 2 พี่น้องตระกูลคลิตช์โก วิตาลี และ วลาดิเมียร์ คลิตช์โก วัย 51 และ 46 ปีตามลำดับ สองอดีตนักมวยแชมป์โลกในตำนานแห่งยุค จากการร่วมรบเพื่อชาติในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาทั้งสองคน ตกเป็นเป้าหมายของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และถูกใส่ชื่อใน “บัญชีสังหาร (kill list)” ของกองทัพรัสเซียอีกด้วย รวมไปถึง โอเล็กซานเดอร์ อูซีก นักมวยสากลมืออาชีพชาวยูเครน วัย 33 ปี เจ้าของแชมป์โลก 4 สถาบัน รวมไปถึงสุดยอดนักเทนนิสชาวยูเครน เซอร์เก สตาคอฟสกี นักเทนนิสอันดับที่ 31 ของโลก วัย 36 ปี ผู้ซึ่งเคยเอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มาได้ในรายการวิมเบิลดัน เมื่อปี 2013 ต่างก็ขอเข้าร่วมเป็นนักรบภายใต้กองทัพยูเครนอีกด้วย