หลังซัดแฮตทริกในเกม พรีเมียร์ลีก นัด ปีศาจแดง เปิดรังถอนขน ไก่เดือยทอง 3-2 ส่งผลให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ของโลก รับรองโดย FIFA

MANCHESTER, ENGLAND – MARCH 12: Cristiano Ronaldo of Manchester United celebrates scoring a goal to make the score 3-2 and secure his hat-trick during the Premier League match between Manchester United and Tottenham Hotspur at Old Trafford on March 12, 2022 in Manchester, United Kingdom. (Photo by Ash Donelon/Manchester United via Getty Images)

หลังระเบิดฟอร์มเทพซัดแฮตทริกเป็นฮีโร่พาทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เชือด ทีม ทอตนัม ฮอตสเปอร์ ไป 3-2 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างสถิติใหม่ให้กับตัวเขาเองด้วยการขึ้นแท่นเป็น ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ซึ่งเขาสามารถทำลายสถิติเดิมที่มีมานานกว่า 66 ปี ลงได้อย่างสมศักดิ์ศรีดาวยิงซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก และทำให้ ทัพปีศาจแดง กลับขึ้นสู่ตำแหน่ง TOP 4 อีกครั้ง แม้จะครองตำแหน่งนี้ได้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจาก ทัพปืนใหญ่ สามารถเอาชนะ ทัพจิ้งจอกสยาม ไปได้ 2-0 เช่นกัน ส่งผลให้คะแนนรวมของ ทัพปืนใหญ่ มี 51 แต้ม ในขณะที่ ทัพปีศาจแดง มี 50 แต้ม หล่นลงอันดับที่ 5 เช่นเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของ ทัพปีศาจแดง ในครั้งนี้ ก็ส่งผลให้การแข่งขันเป็นไปอย่างน่าลุ้นยิ่งขึ้น เพราะห่างชั้นกันเพียงแค่คะแนนเดียว และส่งผลให้ความเชื่อมั่นในฝีเท้าของ กองหน้าซุปเปอร์สตาร์หมายเลข 7 อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาเป็นที่กล่าวขานอีกครั้ง หลังจากในช่วงหลังมานี้ ฟอร์มการแข่งขันของเขาเป็นไปอย่างลุ่มๆดอนๆ

โดยลูกแฮตทริกในเกมฟาด ไก่เดือยทอง ของกองหน้าจอมเก๋า ลูกแรกเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 12 โดย ราฟาเอล วาราน ส่งบอลให้กับ เฟร็ด กองกลางวัย 29 ส่งบอลเร็วไปทางซ้ายให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปั้นบอลแล้วยิงระยะไกลด้วยเท้าขวา ตรงข้างหน้ากรอบเขตโทษ เข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม จากนั้นลูกที่ 2 เกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 38 โดย เนมานย่า มาติช ส่งบอลไปทางซ้ายให้กับ เจดอน ซานโช หลุดเข้ากรอบเขตโทษและส่งบอลหน้าประตูต่อให้กับ ซุปตาร์หมายเลข 7 ซัดบอลเข้าประตูไป ก่อนที่ทางฝ่าย สเปอร์ จะร้องว่าเป็นลูกล้ำหน้า ซึ่ง โจนาธาน มอสส์ ผู้ตัดสินในสนามเช็คภาพจากห้อง VAR และยืนยันให้เป็นสกอร์ในที่สุด และลูกที่ 3 เกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 81 จากลูกเตะมุมขวาโดย อเล็กซ์ เตลลิส เตะบอลโค้งมายังหน้าประตูให้กับ CR7 ขึ้นโหม่งบอลเต็มๆเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของแฟนบอลเรดเดวิล ปิดประตูชัยเอาชนะคู่แข่งได้อย่างสุดลุ้น กวาด 3 แต้มด้วยลูกแฮตทริกของ กองหน้าเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นประตูที่ 18 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้อีกด้วย

MANCHESTER, ENGLAND – MARCH 12: Cristian Romero of Tottenham Hotspur battles with Cristiano Ronaldo of Manchester United and Alex Telles of Manchester United during the Premier League match between Manchester United and Tottenham Hotspur at Old Trafford on March 12, 2022 in Manchester, United Kingdom. (Photo by Simon Stacpoole/Offside/Offside via Getty Images)

ซึ่งจากการทำแฮตทริกได้ในเกมนี้ของ โรนัลโด้ ทำให้สำนักข่าวหลายๆสำนักต่างเทคะแนนความสามารถในเกมให้กับเขาอย่างท่วมท้นถึง 9 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาได้ระเบิดฟอร์มเก๋าขั้นเทพออกมาแล้ว โดยที่ลูกแฮตทริกของ โรนัลโด้ ในเกมนี้ ได้สร้างสถิติ และ ปรากฏการณ์ใหม่มากมายหลายรายการ ดังนี้

• สร้างสถิติใหม่ให้กับตัวเอง ด้วยการทำแฮตทริก ได้เป็นครั้งที่ 2 ในศึก พรีเมียร์ลีก โดยแฮตทริกครั้งแรกของเขาใน พรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นในเดือน มกราคม ปี 2008 นัด ปีศาจแดง ปะทะกับ สาลิกาดง ซึ่งในขณะนั้น โรนัลโด้ ก็ได้ค้าแข่งให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน ซึ่งนับจากครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 2 ของเขา ทิ้งระยะเวลานานถึง 14 ปี 59 วัน เลยทีเดียว
• สร้างแฮตทริกที่ 59 ให้กับตัวเองตลอดอาชีพการค้าแข้งที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นในระดับสโมสร 49 ครั้ง และ ในระดับทีมชาติ (ทีมชาติโปรตุเกส )อีก 10 ครั้งด้วย
• สร้างสถิติเป็นอันดับที่ 2 จากการเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่สามารถทำแฮตทริกได้ในศึก พรีเมียร์ลีก ด้วยอายุ 37 ปี 35 วัน ซึ่งอันดับที่ 1 ได้แก่ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม ที่ทำได้ตอนอายุ 37 ปี 146 วัน
• สร้างสถิติเป็นอันดับที่ 3 จากการเป็นนักเตะอายุเกิน 37 ปี ที่สามารถทำประตูในเกมเดียวได้มากกว่า 1 ประตู ซึ่ง โรนัลโด้ เป็นรอง เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม (ทำได้ 1 ครั้ง) และ เกรแฮม อเล็กซานเดอร์ (ทำได้ 2 ครั้ง) ตามลำดับ
• สร้างสถิติเหนือเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆในฤดูกาลนี้ โดยเมื่อรวมลูกแฮตทริกในครั้งนี้ เขาสามารถทำประตูไปได้ทั้งหมด 18 ประตู มากกว่า บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่ตามมาเป็นอันดับสองถึงเท่าตัว ซึ่ง บรูโน่ ทำไปได้ 9 ประตู และหากรวมประตูที่ทำได้จากกองหน้าทั้งหมดของทีม ก็ยังไม่เท่ากับที่ โรนัลโด้ ทำได้คนเดียว โดยรวมประตูจากกองหน้าได้ทั้งหมด 14 ประตูเท่านั้น (กรีนวู้ด 6 ประตู , แรชฟอร์ด 5 ประตู , คาวานี่ 2 ประตู , มาร์กซิยาล 1 ประตู)
• สร้างสถิติใหม่ให้กับสโมสร ซึ่ง ทัพปีศาจแดง กลายเป็นสโมสรแรกในศึก พรีเมียร์ลีก ที่สามารถได้รับชัยชนะจากเกมเหย้าได้ครบ 400 นัด สามารถเปิดบ้านเอาชนะ ทัพไก่เดือยทอง คู่แข่งทีมล่าสุดของพวกเขาได้มากถึง 23 นัดด้วยกัน
• และสถิติใหม่ที่เขาสามารถคว้ามาได้จากการทำแฮตทริกในครั้งนี้ เป็นสถิติที่เป็นที่ฮือฮามากที่สุด เนื่องจากเขาสามารถขึ้นแท่นเป็น “ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ของโลก” ซึ่งรับรองโดย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ด้วยการทำประตูรวมไปมากถึง 807 ประตู ทำลายสถิติเดิมของ โจเซฟ บิคาน ตำนานกองหน้าทีมชาติออสเตรีย / เชโกสโลวาเกีย (สาธารณรัฐเช็ก ในปัจจุบัน) ผู้ล่วงลับ ที่ทำไว้ได้ 805 ประตู โดย บิคาน ครองสถิตินี้มานานกว่า 66 ปี และถูกทำลายสถิติโดย โรนัลโด้ ในที่สุด

 

10 อันดับนักเตะทำประตูสูงสุดในโลก

โดยการจัดอันดับนี้ จะยึดการอันดับตามหลักการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA โดยเรียงลำดับจากผู้ที่ทำประตูได้มากที่สุด และลดหลั่นไป 10 อันดับ ดังนี้

ชื่อนักเตะ

ทีมชาติ ปีที่ทำประตูได้

จำนวนประตูทั้งหมด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โปรตุเกส 2001-ปัจจุบัน

807

โยเซฟ บิคาน

ออสเตรีย / เชโกสโลวาเกีย 1931-1956

805

โรมาริโอ

บราซิล 1985-2007 772
ลิโอเนล เมสซี่ อาร์เจนตินา 2003-ปัจจุบัน

759

เปเล่

บราซิล 1957-1977 757
เฟเรนช์ ปุสกัส ฮังการี 1943-1966

746

แกร์ด มุลเลอร์

เยอรมนี 1962-1981 734

เฟเรนช์ แดค

ฮังการี 1940-1957 576
อูเว่ ซีเลอร์ เยอรมนี 1953-1978

575

ตูลิโอ มาราวิลยา บราซิล 1988-2019

575

โดยทางกองหน้าเจ้าของสถิติ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ ได้โพสต์แสดงความรู้สึกของเขาลงในอินสตาแกรมส่วนตัว และ ได้ส่งสัญญาณถึงคู่แข่งทีมอื่นๆด้วยว่า

ผมรู้สึกมีความสุขอย่างมาก กับการทำแฮตทริกแรกตั้งแต่ผมได้กลับมายัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด! ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือความรู้สึกที่ได้กลับมาลงสนาม และ ช่วยทีมด้วยเป้าหมายและความพยายาม เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราได้พิสูจน์แล้วว่า พวกเราสามารถเอาชนะทีมใดก็ได้ ไม่ว่าจะวันไหนก็ตาม ตราบใดที่พวกเรานั้นทำงานกันอย่างหนัก และ รวมกันเป็นหนึ่งเดียว จะไม่มีขอบเขตใดมาขวางกั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม! ลุยเลย เหล่าปีศาจทั้งหลาย! 

 

Manchester United’s Cristiano Ronaldo (fourth right) celebrates with his team mates after scoring his sides second goal of the game during the Premier League match at Old Trafford, Manchester. Picture date: Saturday March 12, 2022. (Photo by Martin Rickett/PA Images via Getty Images)

ทั้งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของสถิติ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ 807 ประตู ได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปัจจุบัน รวมแล้วมากถึง 1,110 เกม โดยลงเล่นเป็นนักเตะของทีมชาติโปรตุเกส ทำประตูไป 115 ประตู ลงเล่นในระดับสโมสร 4 สโมสร ได้แก่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำไป 5 ประตู , แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำไป 136 ประตู , เรอัล มาดริด ทำไป 450 ประตู และ ยูเวนตุส ทำไป 101 ประตู ด้วยกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฟุตบอลแห่งสาธารณรัฐเช็ก ได้ออกมาโต้แย้งสถิติใหม่ของ โรนัลโด้ ว่าไม่ได้มากกว่า บิคาน แต่อย่างใด เนื่องจากสถิติจริงๆของ บิคาน อยู่ที่ 950 ประตู และถ้าหากยึดจากสถิติของ องค์กรระหว่างประเทศที่อุทิศตนเพื่อรวบรวมสถิติเกี่ยวกับสมาคมฟุตบอล (Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation: RSSSF) แล้วนั้น ผู้ที่ทำสถิติประตูสูงสุดตลอดกาล ก็คือ เออร์วิน เฮล์มเชิน ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมันผู้ล่วงลับ ที่ทำประตูไปมากถึง 987 ประตู ซึ่งจะนับรวมเอาประตูในเกมกระชับมิตร และ เกมที่แข่งขันอย่างไม่เป็นทางการด้วย